โควิดพ่นพิษฟาร์มจระเข้โดนด้วย ขายไม่ออกจนขาดสภาพคล่องหนัก
ฟาร์มและผู้เลี้ยงจระเข้กว่า 6 แสนตัวเดือดร้อนหนักขายไม่ออก ครม.เคาะปล่อยสินเชื่อเยียวยา 1,800 ล้านบาท
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้เพาะเลี้ยงจระเข้ และ ผู้ประกอบธุรกิจต่อเนื่อง ไม่สามารถขายจระเข้ขนาดที่สามารถนำไปใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ กว่า 6 แสนตัว จนกระทั่งผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องและขาดเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ กระทั่งล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอที่ประชุมครม.ให้อนุมัติเงินกู้ 1,800 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปเสริมสภาพคล่อง โดยรัฐบาลชดเชยค่าดอกเบี้ยส่วนหนึ่งให้ผู้ประกอบการด้วย
นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ผู้เพาะเลี้ยงจระเข้และผู้ประกอบธุรกิจต่อเนื่อง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากตลาดทั้งภายในและต่างประเทศประสบปัญหาทางด้านการค้าด้วยปัจจัยและข้อจำกัดต่างๆ ส่งผลให้จระเข้ซึ่งเป็นขนาดที่สามารถนำไปใช้ในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กว่า 600,000 ตัว ในฟาร์มเพาะเลี้ยงทั่วประเทศไม่สามารถจำหน่ายและแปรรูปเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ได้ เป็นเหตุให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจระเข้และผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องขาดสภาพคล่องทางการเงิน รวมทั้งขาดเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ
ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ก.ค.64 มีมติอนุมัติหลักการโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจระเข้และผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงเสนอ ภายใต้วงเงินสินเชื่อรวม 1,800 ล้านบาท และยังมีกรอบวงเงินงบประมาณสำหรับค่าชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 270 ล้านบาท เป็นการรับภาระช่วยเหลือด้านดอกเบี้ย
โดยธ.ก.ส.จะทำการปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้กู้รายบุคคลในอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี ส่วนผู้กู้ที่เป็นนิติบุคคลอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ภาครัฐจะชดเชยดอกเบี้ยแทนผู้กู้ อัตราร้อยละ 3 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่กู้เป็นระยะเวลา 5 ปี
สำหรับโครงการดังกล่าวฯ จะแบ่งความช่วยเหลือในการสนับสนุนสินเชื่อออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้1. เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจระเข้ ที่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 62 หรือเกษตรกรที่ได้แจ้งการประกอบกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ประเภทกิจการการเพาะเลี้ยงจระเข้ ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 โดยมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 600 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงจระเข้ให้ได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการจำนวนจระเข้ 6 แสน ตัว ตัวละ 1,000 บาท
2. ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ที่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 1,200 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการแปรรูปจระเข้ จำนวนจระเข้ 600,000 ตัว ตัวละ 2,000 บาท
หลังจากนี้กรมประมงจะแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการจัดทำข้อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขอสินเชื่อให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ และจะร่วมกับ ธ.ก.ส. ในการประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวฯ ให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจระเข้และผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องได้รับรู้ เพื่อดำเนินการยื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ในระหว่างเดือนตุลาคม 2564 ถึง เมษายน 2565 โดยพร้อมจะทยอยปล่อยสินเชื่อตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึง เดือนกันยายน 2565 และจะมีการติดตามการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB